การเปิดรับสมัครสมาชิกและว่าที่ผู้สมัคร สส. ของ “พรรคประชาชน” (People’s Party) ภายใต้โครงสร้างใหม่ที่สืบทอดอุดมการณ์จากพรรคอนาคตใหม่และก้าวไกล ท่ามกลางกระแสการตั้งคำถามเรื่อง “คุณภาพ” และ “อุดมการณ์” ของนักการเมืองรุ่นใหม่

ถือว่าเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจ ซึ่งเราอ้างเหตุผลดังนี้ : 1. การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง: เป็นการทดสอบว่ามาตรฐานเดิมของก้าวไกลจะยังคงอยู่หรือเข้มข้นขึ้นหรือไม่ภายใต้ชื่อพรรคใหม่ 2. การคัดกรองอุดมการณ์: ในสภาวะที่เกิด “งูเห่า” หรือการย้ายพรรคบ่อยครั้ง ประชาชนต้องการทราบว่าพรรคมี “ตะแกรงร่อน” คนอย่างไร 3. การเปรียบเทียบกับพรรคดั้งเดิม: สังคมเริ่มเปรียบเทียบระหว่าง “ระบบบ้านใหญ่” (Patronage) กับ “ระบบเปิดรับสมัคร” (Open Recruitment) อย่างชัดเจน
ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย การคัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร สส. มักถูกผูกขาดโดย “ระบบบ้านใหญ่” หรือผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แต่การอุบัติขึ้นของพรรคอนาคตใหม่จนถึง “พรรคประชาชน” ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนผ่าน “มาตรฐานใหม่” ที่เปลี่ยนจากการใช้ “เส้นสาย” มาเป็นการใช้ “ระบบทดสอบ” ซึ่งได้เพิ่มความเข้มข้นของมาตรฐานมากขึ้นทุกครั้ง หลังจากได้รับประสบการณ์ตรง ไม่ว่าจะเป็น “งู่เห่า” รวมถึงการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ของบุคคล
จากอนาคตใหม่สู่พรรคประชาชน: วิวัฒนาการ “การคัดคน”
จุดเริ่มต้นของพรรคอนาคตใหม่คือการประกาศรับสมัครผู้สมัคร สส. ทางออนไลน์ (Open Recruitment) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่เคยมีพรรคการเมืองไหนทำมาก่อนในขณะนั้น โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจนคือ:
- การรับสมัครแบบเปิด (Open Application): พรรคส่วนใหญ่จะใช้การ “ทาบทาม” หรือถูกคัดมาจากบ้านใหญ่ในแต่ละจังหวัด แต่พรรคประชาชนยังคงเปิดรับสมัครทั่วไปทางออนไลน์ เพื่อรักษามวลชนและเฟ้นหา “เพชรในตม”
- The Academy (โรงเรียนการเมือง): ผู้สมัครต้องผ่านการอบรมกฎหมายพื้นฐาน, การบริหารงบประมาณแผ่นดิน, และ “ค่านิยมพรรค” (Core Values) เช่น ความเท่าเทียม และการกระจายอำนาจ
- การสอบสัมภาษณ์แบบ Panel: ไม่ใช่การคุยกับหัวหน้าพรรคคนเดียว แต่เป็นการคุยกับคณะกรรมการบริหารพรรค สส. รุ่นพี่ และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมิน “ความอึด” ทางการเมือง
- ระบบ Primary Vote (ไพรมารีโหวต): แม้กฎหมายไทยจะผ่อนปรนเรื่องนี้ แต่พรรคประชาชนพยายามทำให้สมาชิกพรรคในพื้นที่มีส่วนร่วมในการลงคะแนนเลือกผู้สมัครจริงๆ เพื่อสร้างความยึดเหนี่ยว (Sense of Ownership)
วัฒนาการ 3 ยุค: การสร้างตะแกรงร่อนที่ละเอียดขึ้น
- ยุคอนาคตใหม่ (2561-2563): เน้น “ความหลากหลาย” และ “หัวใจสีส้ม” คัดเลือกคนจากหลากหลายอาชีพที่ไม่มีฐานทางการเมืองเดิม เพื่อพิสูจน์ว่าใครก็เป็นนักการเมืองได้หากมีอุดมการณ์ตรงกัน
- ยุคก้าวไกล (2563-2567): เริ่มใช้ระบบ “Candidate School” และการสอบสัมภาษณ์เชิงทัศนคติที่เข้มข้นขึ้น เนื่องจากเริ่มพบปัญหาเรื่อง “งูเห่า” ทำให้พรรคต้องเพิ่มเกณฑ์ความสอดคล้องทางอุดมการณ์ (Ideological Alignment) ให้สูงขึ้น
- ยุคพรรคประชาชน (2567-ปัจจุบัน): เป็นการนำบทเรียนจาก “แผลเป็น” ในอดีตมาสร้างระบบ Digital Primary และการตรวจสอบประวัติเชิงลึก (Due Diligence) ที่ก้าวข้ามเพียงแค่คุณสมบัติตามกฎหมาย กกต.
เปรียบเทียบระบบคัดเลือก: พรรคประชาชน VS พรรคการเมืองอื่น
| หัวข้อเปรียบเทียบ | พรรคประชาชน (และก้าวไกลเดิม) | พรรคการเมืองอื่นทั่วไป |
| ที่มาของผู้สมัคร | Open Recruitment: เปิดรับสมัครทั่วไป เน้น “คนหน้าใหม่” ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน | Network & Baan Yai: เน้นผู้มีฐานเสียงเดิม, อดีต สส., หรือ “บ้านใหญ่” ในพื้นที่ |
| กระบวนการคัดกรอง | Ideology-Driven: สัมภาษณ์เชิงลึก, เขียนวิสัยทัศน์, เข้า Academy เพื่อปรับจูนความคิด | Performance-Driven: เน้นผลโพลในพื้นที่, ความสามารถในการดึงคะแนนเสียง, ความภักดีต่อพรรค |
| จุดแข็ง | ได้คนที่มีความสดใหม่ มีความรู้เฉพาะทาง และกล้าท้าทายโครงสร้างเดิม | ได้คนที่ “รู้จักพื้นที่” จริงๆ มีบารมี และมีความเก๋าเกมทางการเมือง |
| จุดอ่อน (ข้อบกพร่อง) | Vetting Gap: ตรวจสอบประวัติเชิงลึก (ลึกถึงนิสัย/คดีเก่า) ได้ยากเพราะเป็นคนหน้าใหม่ | Dynasty & Patronage: วนเวียนอยู่กับทายาทนักการเมืองเดิม ปิดกั้นโอกาสคนรุ่นใหม่ |
การเปรียบเทียบ: มาตรฐานไทย vs สากล
หากเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว วิธีการของพรรคประชาชนมีความคล้ายคลึงกับ ระบบ Primary Vote ในสหรัฐอเมริกา (ในแง่การเปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้าถึง) และมีความเป็น Professional Party แบบยุโรป (เช่น พรรค Green ในเยอรมนี) ที่เน้นฐานสมาชิกและนโยบายเฉพาะทางมากกว่าตัวบุคคล
ในประเทศเยอรมนี ตามกฎหมายพรรคการเมือง (Parteiengesetz) กำหนดให้การเลือกผู้สมัครต้องเป็นไปตามหลักประชาธิปไตยภายในพรรค ซึ่งพรรคประชาชนกำลังพยายามมุ่งไปสู่จุดนั้นด้วยการใช้เทคโนโลยีและระบบฐานสมาชิกที่เข้มแข็ง
สถิติและหลักฐานทางกฎหมาย
ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 45 และ พ.ร.ป. พรรคการเมือง การคัดเลือกผู้สมัครต้องมีส่วนร่วมของสมาชิก แต่ในเชิงปฏิบัติ พรรคประชาชนได้กำหนดข้อบังคับพรรคที่ “สูงกว่ากฎหมาย” เช่น การตรวจสอบประวัติย้อนหลัง 10 ปีเรื่องการทุจริตและการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคอื่นยังไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจนขนาดนี้
มาตรฐานของพรรคประชาชนไม่ได้สร้างมาเพื่อความเท่ แต่สร้างมาเพื่อ “ความอยู่รอด” ในสมรภูมิที่พวกเขาเสียเปรียบด้านทรัพยากรทุน การใช้ “คุณภาพคน” เป็นอาวุธจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่เปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองไทยไปตลอดกาล.
ทำไมมาตรฐานสูงแต่ยังมี “คนมีตำหนิ” หลุดเข้าไป?
กรณีคุณบุญฤทธิ์ และ สส. บางคนในอดีต สะท้อนข้อบกพร่อง 3 ประการหลักที่ TopicThailand สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ดังนี้ครับ:
- การขาดระบบ “สืบสวน” ประวัติ (Investigative Vetting): พรรคประชาชนเน้นการตรวจสอบ “คุณสมบัติตามกฎหมาย” และ “ทัศนคติ” แต่ยังขาดหน่วยงานที่ทำหน้าที่เหมือน “นักสืบ” เพื่อขุดคุ้ยประวัติหลังบ้าน (Background Check) อย่างที่บริษัทระดับโลกหรือพรรคการเมืองในสหรัฐฯ ทำ ซึ่งมักจะจ้างหน่วยงานภายนอกตรวจสอบเชิงลึก แต่ในครั้งล่าสุดก็เริ่มมีการนำชื่อว่าที่ผู้สมัคร ขึ้นมาแขวนให้ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ หรือช่วยกันตรวจสอบอีกขั้นตอนหนึ่งแล้ว
- กับดัก “คนหน้าใหม่” (The Newcomer Trap): พรรคการเมืองอื่นเลือกคนที่ “สังคมรู้จักอยู่แล้ว” (Public Figure) ทำให้ประวัติถูกขุดคุ้ยไปนานแล้ว แต่พรรคประชาชนเลือก “คนนิรนาม” (Anonymous) ซึ่งเป็นเหมือนกล่องสุ่ม หากพรรคไม่มีเวลาตรวจสอบนานพอ ก็มีโอกาสจะได้คนที่ “ซ่อนตำหนิ” ไว้มิดชิด
- ช่องโหว่ของระบบไพรมารีโหวต (Primary Vote): ตามกฎหมายไทย (พ.ร.ป. พรรคการเมือง) ทุกพรรคต้องทำไพรมารีโหวต แต่ในความจริงหลายพรรคทำเป็นเพียง “พิธีกรรม” โดยให้คนในพรรคเลือกตามใบสั่ง ขณะที่พรรคประชาชนพยายามทำให้จริงจังกว่า แต่หากฐานสมาชิกในพื้นที่ยังไม่เข้มแข็งพอ การกลั่นกรองโดยคนในพื้นที่ก็อาจจะยังไม่เฉียบคม

อ่านข่าวอื่น ๆ :
- ส่องยุทธศาสตร์ “กานต์ สุดารัตน์” ย้ายค่ายไป “ภูมิใจไทย” การเดิมพันครั้งใหญ่เพื่อคนอุบลฯ
- ตำนานลึกลับที่ถูกลืม ตอนที่ 8 : อาถรรพ์พนมรุ้งและนครที่สาบสูญ รอยจารึกที่ถูกลบเลือนแห่งพนมรุ้ง
- ชูวิทย์: บทบาทที่เกินขอบเขต โยงมั่ว “บิ๊กโจ๊ก” กับ “พรรคประชาชน” – ยุทธการทำลายล้างทางการเมือง?
- “เฉดสีเทา” อาวุธในสงครามเลือกตั้ง 2569
- บี้ผู้ว่าฯ รฟท.: ตัดตอนกระแสถล่มรัฐบาลในฤดูหาเสียง กับเบื้องหลัง “แผลเก่า” เขากระโดง

