“ท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรี… คุณเคยสงสัยไหมว่า พื้นดินที่เราเหยียบย่ำในวันนี้ เคยเป็นพยานของรุ่งอรุณและหยาดน้ำตาของผู้คนเมื่อนับพันปีก่อน… วันนี้ ‘ตำนานลึกลับที่ถูกลืม’ จะพาทุกท่านเดินทางผ่านกาลเวลา ไปยังยอดภูเขาไฟที่ดับสนิททางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของไทย สถานที่ที่ความเชื่อและประวัติศาสตร์บรรจบกัน จนเกิดเป็นปริศนาที่ยังไม่มีใครแก้ได้… ‘อาถรรพ์พนมรุ้งและนครที่สาบสูญ’“

แสงแรกที่ถูกลืม
ย้อนกลับไปในพุทธศตวรรษที่ 15-18 ปราสาทพนมรุ้งไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานเพื่อการท่องเที่ยวอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน แต่มันคือ ‘เทวาลัย’ ที่เป็นศูนย์กลางจักรวาลตามคติฮินดูไศวนิกาย… แต่มีสิ่งหนึ่งที่ประวัติศาสตร์กระแสหลักไม่ค่อยได้กล่าวถึง นั่นคือ ‘ชุมชนวนัมรุง’ หรือเมืองที่ล้อมรอบปราสาทแห่งนี้
ทำไมเมืองที่มีอารยธรรมสูงส่ง มีระบบการจัดการน้ำที่เรียกว่า ‘บาราย’ อันซับซ้อน ถึงหายไปจากแผนที่โลกอย่างเป็นปริศนา? นักโบราณคดีพบเพียงปราสาทหินที่ตั้งตระหง่าน แต่บ้านเรือน ผู้คน และวิถีชีวิตกลับเลือนหายไปเหมือนถูกลบออกจากหน้าประวัติศาสตร์…
ปริศนา “นฤปัตินทรวรมัน” และมนตราที่ถูกสะกด
ตามจารึกที่พบ ณ ปราสาทพนมรุ้ง มีการกล่าวถึงผู้สร้างและผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่… แต่มีช่วงเวลาหนึ่งที่ประวัติศาสตร์ขาดตอนไป นั่นคือช่วงการเปลี่ยนผ่านอำนาจที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและการสาปแช่ง
ชาวบ้านในพื้นที่เล่าต่อกันมาถึง ‘คำสาปของเทวสถาน’ ที่ว่ากันว่า ใครก็ตามที่บังอาจเคลื่อนย้าย ‘หิน’ แม้เพียงก้อนเดียว หรือพยายามขุดค้นความลับที่ทวยเทพสั่งให้ปิดตาย จะต้องพบกับความวิบัติ
มีบันทึกจากหน่วยงานสำรวจในอดีต (อ้างอิงเอกสารการบูรณะช่วงปี พ.ศ. 2514-2531) เล่าถึงเหตุการณ์ประหลาดที่คนงานมักจะมองเห็น ‘เงาร่างสูงใหญ่’ ในชุดโบราณ ยืนเฝ้าอยู่ตรงซอกประตูศิวะนาฏราชในคืนพระจันทร์เต็มดวง และเสียงสวดมนต์ภาษาสันสกฤตที่แว่วมาจากความว่างเปล่า…
ทำไมตำนานนี้ถึงถูกลืม?
เหตุผลที่เรื่องราวความลี้ลับของพนมรุ้งถูกกลบฝังไป ส่วนหนึ่งมาจาก “ยุคแห่งการแสวงหาเหตุผล” ในช่วงศตวรรษที่ 20 เราพยายามอธิบายทุกอย่างด้วยโครงสร้างหินและศิลปะ จนลืมฟัง ‘เสียง’ ของจิตวิญญาณที่ฝังอยู่ในเนื้อหิน
ความสำคัญของพนมรุ้งถูกเปลี่ยนจาก ‘สถานที่ศักดิ์สิทธิ์’ ให้กลายเป็น ‘พิพิธภัณฑ์’ ความเชื่อเรื่องพลังงานจักรวาลที่ส่งผ่านช่องหน้าต่าง 15 ช่องในวันพระอาทิตย์ขึ้น ถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องของดาราศาสตร์… แต่สำหรับคนโบราณ มันคือการเปิดประตูระหว่างมิติ…
ความสำคัญต่อปัจจุบันและอนาคต
ทำไมเราต้องกลับมาฟังเรื่องที่ถูกลืมเหล่านี้? ในโลกที่หมุนไวเกินไปจนเราลืมรากเหง้า พนมรุ้งเตือนใจเราว่า ‘ความรู้ของบรรพชน’ นั้นลึกซึ้งเพียงใด ระบบชลประทานที่เลี้ยงคนได้ทั้งเมืองในที่ราบสูง การคำนวณทิศทางแสงที่แม่นยำยิ่งกว่าเข็มทิศสมัยใหม่…
หากเราลืมตำนานเหล่านี้ เราจะไม่ใช่แค่ลืมเรื่องผีสาง แต่เรากำลังลืม ‘ภูมิปัญญา’ ที่จะช่วยให้เราอยู่รอดในอนาคต หากวันหนึ่งเทคโนโลยีล่มสลาย เราจะกลับไปคุยกับธรรมชาติเหมือนที่คนพนมรุ้งเคยทำได้หรือไม่?

อ่านข่าวอื่น ๆ :
- ส่องยุทธศาสตร์ “กานต์ สุดารัตน์” ย้ายค่ายไป “ภูมิใจไทย” การเดิมพันครั้งใหญ่เพื่อคนอุบลฯ
- ตำนานลึกลับที่ถูกลืม ตอนที่ 8 : อาถรรพ์พนมรุ้งและนครที่สาบสูญ รอยจารึกที่ถูกลบเลือนแห่งพนมรุ้ง
- ชูวิทย์: บทบาทที่เกินขอบเขต โยงมั่ว “บิ๊กโจ๊ก” กับ “พรรคประชาชน” – ยุทธการทำลายล้างทางการเมือง?
- “เฉดสีเทา” อาวุธในสงครามเลือกตั้ง 2569
- บี้ผู้ว่าฯ รฟท.: ตัดตอนกระแสถล่มรัฐบาลในฤดูหาเสียง กับเบื้องหลัง “แผลเก่า” เขากระโดง
