พายุสองลูกที่ถาโถม การประกาศย้ายสนามแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 จำนวน 10 ชนิดกีฬาออกจากจังหวัดสงขลา เข้าสู่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เปรียบเสมือนพายุลูกที่สองที่ซัดถล่มชาวสงขลาและหาดใหญ่ ต่อจากพายุฝนที่ก่อให้เกิดอุทกภัยร้ายแรง ในขณะที่ความปลอดภัยของนักกีฬาเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ต้นทุนทางเศรษฐกิจ” ที่คนในพื้นที่ต้องแบกรับนั้นมหาศาลเกินกว่าจะประเมินด้วยสายตา

ความเสียหายทางเศรษฐกิจ: ตัวเลขที่น่าตกใจ จากการประเมินเบื้องต้นโดยหอการค้าจังหวัดสงขลาและสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา คาดการณ์ว่าเม็ดเงินที่จะสะพัดในช่วงการแข่งขัน (9-20 ธันวาคม 2568) จะหายไปทันทีกว่า 2,000 – 2,500 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นความเสียหายหลักใน 3 ภาคส่วน:
- ธุรกิจโรงแรมและที่พัก (Hospitality Sector): ยอดจองห้องพัก (Advance Booking) ในช่วงการแข่งขันที่เคยพุ่งสูงถึง 90-95% จากทัพนักกีฬา เจ้าหน้าที่ และกองเชียร์ ถูกยกเลิก (Cancel) ไปแล้วกว่า 80% ภายใน 24 ชั่วโมงหลังประกาศ ผู้ประกอบการหลายรายที่กู้เงินมาปรับปรุงห้องพัก (Renovate) เพื่อรองรับงานนี้ กำลังเผชิญภาวะขาดสภาพคล่องทันที
- ธุรกิจบริการและขนส่ง (Service & Logistics): รถเช่า, รถตู้ VIP, และรถตุ๊กตุ๊กท้องถิ่น ที่ถูกจองล่วงหน้าเพื่อรับส่งคณะนักกีฬา ต้องสูญเสียรายได้ที่คาดการณ์ไว้
- ผู้ค้ารายย่อยและร้านอาหาร (SMEs): การสั่งสมตุนวัตถุดิบอาหารและสินค้าของที่ระลึกเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลายเป็น “ต้นทุนจม” (Sunk Cost) ที่ยากจะระบายออกได้ทัน ท่ามกลางกำลังซื้อในพื้นที่ที่หดหายจากเหตุน้ำท่วม
มิติทางกฎหมาย: Force Majeure กับภาระของผู้ประกอบการ ในทางกฎหมาย การยกเลิกเนื่องจากภัยพิบัติธรรมชาติ (น้ำท่วม) มักถูกจัดอยู่ในเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) ซึ่งทำให้ผู้จัดงานอาจไม่ต้องรับผิดชอบค่าชดเชยทางสัญญาในบางกรณี แต่สำหรับโรงแรมที่มีนโยบาย Non-refundable (ไม่คืนเงิน) อาจเกิดข้อพิพาทกับลูกค้าที่ต้องการเงินคืน ซึ่งทาง สคบ. และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ต้องเร่งเข้ามาไกล่เกลี่ยเพื่อไม่ให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวระยะยาว
มาตรการเยียวยา: สิ่งที่รัฐต้องทำ vs สิ่งที่เอกชนต้องการ ล่าสุด ภาครัฐเตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือเบื้องต้นเข้าสู่ ครม. อาทิ:
- มาตรการพักชำระหนี้: สำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ประสบภัย 6 เดือน – 1 ปี
- สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan): เพื่อเสริมสภาพคล่อง
- โครงการ “เที่ยวปันสุข” ภาคพิเศษ: กระตุ้นไทยเที่ยวไทยลงใต้หลังน้ำลด
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนมองว่ายังไม่เพียงพอ โดยเรียกร้องให้มีการ “ชดเชยรายได้โดยตรง” (Direct Subsidy) บางส่วน ให้กับธุรกิจที่มีหลักฐานการถูกยกเลิก Booking อย่างชัดเจน เนื่องจากปัญหานี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายบริหารจัดการของรัฐ ไม่ใช่ความผิดของผู้ประกอบการ
บทสรุป: บทเรียนราคาแพงของการกระจายความเสี่ยง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นความเปราะบางของเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยวที่พึ่งพา “อีเวนต์ใหญ่” เพียงอย่างเดียว การฟื้นฟูสงขลาหลังน้ำลดและหลังสูญเสียโอกาสซีเกมส์ ต้องอาศัยความจริงใจของรัฐบาลที่ไม่ใช่แค่การโยกย้ายสนามเพื่อหนีปัญหา แต่ต้องกลับมา “ซับน้ำตา” ผู้ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วที่สุด.

อ่านข่าวอื่น ๆ :
- ส่องยุทธศาสตร์ “กานต์ สุดารัตน์” ย้ายค่ายไป “ภูมิใจไทย” การเดิมพันครั้งใหญ่เพื่อคนอุบลฯ
- ตำนานลึกลับที่ถูกลืม ตอนที่ 8 : อาถรรพ์พนมรุ้งและนครที่สาบสูญ รอยจารึกที่ถูกลบเลือนแห่งพนมรุ้ง
- ชูวิทย์: บทบาทที่เกินขอบเขต โยงมั่ว “บิ๊กโจ๊ก” กับ “พรรคประชาชน” – ยุทธการทำลายล้างทางการเมือง?
- “เฉดสีเทา” อาวุธในสงครามเลือกตั้ง 2569
- บี้ผู้ว่าฯ รฟท.: ตัดตอนกระแสถล่มรัฐบาลในฤดูหาเสียง กับเบื้องหลัง “แผลเก่า” เขากระโดง

