ตามกรอบกฎหมายปัจจุบัน “ในทางปฏิบัติ” นายกรัฐมนตรีในสถานะรักษาการ (โดยเฉพาะกรณีที่ศาลมีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งแล้วมีผู้ ‘รักษาราชการแทน’ นายกฯ) ไม่ควรถือว่ามีอำนาจยุบสภาได้เอง เหตุผลหลักคือ พระราชกฤษฎีกายุบสภาต้องมี “นายกรัฐมนตรี” เป็นผู้ลงนามรับสนอง ซึ่งต่างจาก “ผู้รักษาราชการแทน” และประเด็นนี้ยังเป็นที่ถกเถียง ไม่มีคำวินิจฉัยศาลยุติให้เด็ดขาด ณ ตอนนี้

ด้านล่างคือคำอธิบายอย่างเป็นระบบ พร้อมบทบัญญัติที่อ้างอิง
กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (ตัวบท)
- สิทธิยุบสภา: มาตรา 103 รธน. 2560 บัญญัติว่า “พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎร…” ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา (ไม่ใช่คำสั่งฝ่ายบริหารล้วนๆ) ซึ่งในทางปฏิบัติ พระราชกฤษฎีกานี้ย่อมต้องมี “นายกรัฐมนตรี” ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ (ตัวอย่างปี 2566 ระบุผู้รับสนองฯ ว่า ‘นายกรัฐมนตรี’ ชัดเจน).
- เมื่อ ครม. พ้นจากตำแหน่งเพราะนายกฯ พ้นจากตำแหน่ง (เช่น ศาลวินิจฉัย): ถือเป็นกรณีตามมาตรา 167 (1) แต่ ครม. ทั้งคณะยัง “อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป” ตามมาตรา 168 วรรคหนึ่ง ส่วนตัวนายกฯ เอง “จะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อมิได้” ถ้าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตาม ม.98 หรือ ม.160 (4) (5) จึงต้องมีผู้ “รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี” ตามกฎหมายทั่วไป.
- ข้อจำกัดแบบ “ครม.รักษาการ” (เช่น ห้ามโยกย้ายแต่งตั้ง ห้ามอนุมัติผูกพันรัฐบาลหน้า ฯลฯ) ในมาตรา 169 ใช้เฉพาะกรณีที่ ครม. พ้นเพราะอายุสภาครบกำหนดหรือยุบสภา (มาตรา 167 (2)) ไม่ได้เขียนครอบคลุมกรณีศาลสั่งให้นายกฯ พ้นตาม 167 (1) ที่ถามมาโดยตรง.
- กลไก “รักษาราชการแทน”: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 41–45 กำหนดว่าเมื่อ “นายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้” ให้รองนายกฯ หรือรัฐมนตรีที่ ครม. มอบหมาย “รักษาราชการแทน” ได้ (เป็นอำนาจเพื่อความต่อเนื่องเชิงบริหาร ไม่ใช่สภาพการเป็น “นายกรัฐมนตรีตัวจริง”).
ประเด็น “ยุบสภา” โดยผู้รักษาการ/รักษาราชการแทนนายกฯ
1.ตัวบทไม่ได้ห้ามแบบฟันธงว่า “รักษาการ” ทำไม่ได้
แต่การยุบสภาเป็น “พระราชอำนาจ” ที่ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่งในแบบแผนราชการไทย ผู้ลงนามรับสนองคือ “นายกรัฐมนตรี” (ตัวอย่างปี 2566). ตำแหน่ง “ผู้รักษาราชการแทนนายกฯ” ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารฯ เป็นเพียงผู้ทำหน้าที่แทนเชิงบริหาร ไม่ใช่ “นายกรัฐมนตรี” ตามรัฐธรรมนูญ จึงเกิดข้อสงสัยว่ามีอำนาจทางการเมืองระดับยุบสภาหรือไม่.
2.ความเห็นและแนวปฏิบัติร่วมสมัย (ยังไม่เด็ดขาดทางศาล)
- ฝ่ายที่ “เห็นว่าไม่ได้”: เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นสาธารณะว่า “รักษาการนายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจยุบสภา” เพราะเป็นอำนาจเฉพาะตัวของนายกฯ ที่มีความไว้วางใจจากสภา ไม่ใช่ผู้รักษาราชการแทน.
- ฝ่ายที่ “เห็นว่าอาจทำได้”: นักวิชาการ/ทนายบางส่วนแย้งว่า รธน. ไม่ได้ห้ามไว้ และผู้รักษาราชการแทนนายกฯ สามารถลงนามเพื่อความต่อเนื่องของราชการได้ จึงอาจลงนามรับสนองพระราชกฤษฎีกาได้ หากตีความว่าหน้าที่นายกฯ โอนไปตามกฎหมายรักษาการแทน.
- ยังไม่ปรากฏคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ขาดประเด็นนี้ ณ ปัจจุบัน จึงเป็น “ข้อถกเถียงทางกฎหมาย” มากกว่าข้อเท็จจริงที่เด็ดขาด
คำตอบเชิงปฏิบัติ (Practical take)
- เมื่อศาลสั่งให้นายกฯ พ้นจากตำแหน่ง แต่สภายังดำรงอยู่: ประเทศยังต้องหานายกรัฐมนตรีคนใหม่จากสภาตามกระบวนการมาตรา 159 ต่อไป ครม.เดิมเพียง “ปฏิบัติหน้าที่” ชั่วคราว และผู้รักษาราชการแทนนายกฯ ไม่มีสถานะเป็น “นายกรัฐมนตรี” เพื่อจะลงนามรับสนองพระราชกฤษฎีกายุบสภาได้อย่างไร้ข้อโต้แย้ง
- สั่งพ้น (อย่างน้อยจนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรีตัวจริงผู้ได้รับความไว้วางใจจากสภามารับตำแหน่งแล้ว หากจะพิจารณายุบสภาก็ให้ดำเนินการตามมาตรา 103 โดยนายกรัฐมนตรีผู้นั้นเป็นผู้ลงนามรับสนอง). เหตุผลนี้สอดคล้องกับความเห็นทางราชการล่าสุดและแบบแผนการลงนามผู้รับสนองในราชกิจจานุเบกษา.
อ่านข่าวอื่น ๆ :
- จีนขยายภาษีต่อต้านการทุ่มตลาด “ฟีนอล” กระทบส่งออกไทย! มีผลบังคับใช้แล้ว 5 ปี
- เปิดข้อถกเถียง: “นายกฯ รักษาการ” มีอำนาจยุบสภาหรือไม่? เจาะลึกกฎหมายและเหตุผลที่คุณต้องรู้
- จับตา “สมศักดิ์-สุริยะ” คู่หูการเมือง ‘ไร้พรมแดน’ นักต่อรองที่ทุกรัฐบาลต้องมี
- วิเคราะห์ปฏิกิริยาตลาดหลัง “แพทองธาร ชินวัตร” พ้นตำแหน่งนายกฯ นักวิเคราะห์ชี้ปัจจัยเศรษฐกิจยังน่ากังวลกว่าความไม่แน่นอนทางการเมือง
- พรรคประชาชน เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯใหม่ หลังศาล รธน.ฟัน ‘แพทองธาร’ หลุดเก้าอี้