“รัฐธรรมนูญ 60: กรงขังปากท้องชาวสวนยาง? เจาะปมยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่ล็อกราคายางให้ไปไม่ถึงฝัน!”

หลายคนอาจสงสัยว่า “รัฐธรรมนูญ” เกี่ยวอะไรกับราคาข้าว หรือแม่ค้าหาบเร่ริมทาง รวมถึงคนกรีดยาง เกษตรกรตัวเล็กตัวน้อยอีกจำนวน ที่ฝ่ายการเมืองหลายกลุ่ม พยายามจะบอกว่า ปากท้องของประชาชน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการแก้ไขรัฐธรรมนี้เลย 

ในความเป็นจริง รัฐธรรมนูญ ฉบับ 2560 คือกติกาที่ใหญ่ที่สุด ที่กำหนดว่า “เงินภาษีของเราจะถูกนำไปใช้อย่างไร” และ “ใครคือผู้มีอำนาจตัดสินใจแทนเรา” บทความนี้เราจะพามาชำแหละผลกระทบเชิงโครงสร้างที่ส่งผลถึงชีวิตประชาชน แม้แต่คนกรีดยาง

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มักถูกเรียกว่า “ฉบับปราบโกง” ในทางการเมือง… แต่ในทางเศรษฐศาสตร์และสังคม มันกำลังกลายเป็น “กรงขัง” ของโอกาสในการลืมตาอ้าปากของคนตัวเล็กตัวน้อยหรือไม่ …ผลกระทบที่แท้จริง ไม่ใช่ด้วยอคติ แต่ด้วยมาตรากฎหมายที่ส่งผลถึงหม้อข้าวหม้อแกงของท่านโดยตรง

ประชาชนเริ่มตระหนักว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองระดับบน แต่คือ “โครงสร้างอำนาจ” ที่ทับซ้อนอยู่บนปากท้อง เช่น การรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ทำให้การแก้ปัญหาพืชผลการเกษตรหรือการจัดการที่ดินในระดับท้องถิ่นทำได้ยาก

วันนี้ TopicThailand จะพาไปเจาะผลกระทบถึงเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งรวมถึงคนรับจ้างกรีดยาง ว่ารัฐธรรมฉบับนี้ มันกระทบอะไรกับท่านบ้าง 

เกษตรกรชาวสวนยาง หลายล้านครัวเรือนสงสัยว่า “รัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด เกี่ยวอะไรกับน้ำยางในถ้วย และ “ทำไมต้องแก้ …แก้แล้วราคายางจะดีขึ้นจริงหรือ?

เราขออนุญาต “ผ่าตัด” ให้เห็นเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมโยงระหว่าง รัฐธรรมนูญ 2560 กับ ชะตากรรมชาวสวนยาง ดังนี้ครับ

1.กับดัก “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” (มาตรา 65)

  • ปมปัญหา: รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 65 กำหนดให้รัฐต้องจัดทำ “ยุทธศาสตร์ชาติ” ซึ่งมีผลผูกพันรัฐบาลทุกชุด กฎหมายลูกที่ออกมา (พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติ) กำหนดเป้าหมายระยะยาวไว้ เช่น “ลดพื้นที่ปลูกยางพารา” เพื่อไปปลูกพืชอื่น กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ยางพารา 20 ปี 
  • ผลกระทบชาวสวนยาง: เมื่อเกิดปัญหาราคายางตกต่ำ หรือเกษตรกรต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะขยับตัวยาก เพราะติด “กรอบ” ที่ถูกเขียนไว้ล่วงหน้าว่านโยบายหลักคือการลดพื้นที่ปลูก ไม่ใช่การทุ่มงบพยุงราคาหรือประกันรายได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยเหมือนในอดีต เพราะอาจถูกร้องเรียนว่าขัดยุทธศาสตร์ชาติได้
  • คนกรีดยาง : เมื่อนโยบายรัฐเน้นลดพื้นที่ คนรับจ้างกรีดยางคือกลุ่มแรกที่เสี่ยงตกงาน โดยไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจนในระดับโครงสร้าง

2. การรวมศูนย์อำนาจและการผูกขาด (ผ่าน พ.ร.บ. การยางฯ)

  • ปมปัญหา : รัฐธรรมนูญฉบับนี้สืบทอดโครงสร้าง “รัฐราชการรวมศูนย์” กฎหมายที่คลอดออกมาในช่วงรอยต่อ (ยุค คสช.) อย่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 จึงมีลักษณะรวบอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง (กยท.)
  • ผลกระทบ: การบริหารเงินกองทุนพัฒนายางพารา (เงิน CESS หรือ ค่าธรรมเนียมการส่งออกยาง ที่หักจากเราไปส่งออก) ถูกกำหนดการใช้จ่ายจากส่วนกลาง พี่น้องชาวสวนยางในพื้นที่ไม่สามารถกำหนดได้เองว่าปีนี้อยากเอางบไปทำโรงงานแปรรูปหมอนยางพาราในชุมชน หรือเอาไปแก้โรคใบร่วง การอนุมัติต้องรอคำสั่งจากบอร์ดในกรุงเทพฯ ซึ่งล่าช้าและไม่ตรงจุด
  • ทำไมต้องแก้ : การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อ “ปลดล็อกท้องถิ่น” (กระจายอำนาจ) จะทำให้ อบต./เทศบาล สามารถตั้งงบประมาณสร้างโรงงานแปรรูปยางขนาดเล็ก หรือจัดการระบบน้ำเพื่อการเกษตรได้เอง ไม่ต้องรอส่วนกลาง

3. สิทธิในที่ดินทำกิน (กับดัก ส.ป.ก. และพื้นที่ทับซ้อน)

  • ปมปัญหา: รัฐธรรมนูญ 2560 รับรองสิทธิในทรัพย์สิน แต่กฎหมายลูกและระเบียบป่าไม้ยังคงแข็งตัว เกษตรกรจำนวนมากที่ปลูกยางในที่ดิน ภ.บ.ท.5 หรือที่ทับซ้อนเขตป่า “ไม่มีสิทธิ” ขึ้นทะเบียนเกษตรกรรับเงินเยียวยาหรือประกันรายได้ ทั้งที่เป็นคนปลูกจริง
  • ผลกระทบ: “ปลูกยางเหมือนกัน แต่สิทธิไม่เท่ากัน” คนที่มีโฉนดได้รับการดูแล แต่คนจนที่ทำกินในที่ดินรัฐกลับถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุก ทั้งที่ทำกินมานาน
  • แก้แล้วได้อะไร: การผลักดันสิทธิในที่ดินผ่านรัฐธรรมนูญใหม่ จะเปิดทางสู่การปฏิรูปที่ดินที่ยอมรับ “สิทธิชุมชน” ให้คนอยู่กับป่า หรือเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนดได้จริง เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสวัสดิการได้

4. สวัสดิการ “แบบสงเคราะห์” vs “สิทธิถ้วนหน้า”

  • ปมปัญหา: รัฐธรรมนูญ 2560 เปลี่ยนถ้อยคำจาก “สิทธิ” เป็น “หน้าที่รัฐในการสงเคราะห์ผู้ยากไร้”
  • ผลกระทบ: สวัสดิการชาวสวนยางตามมาตรา 49 ของ พ.ร.บ. การยางฯ (เช่น เงินทำศพ, ทุนการศึกษาลูก) จึงมักมีเงื่อนไขยุบยิบ และขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงินของกองทุน ไม่ใช่สิทธิการันตี
  • คนกรีดยาง (มือรับจ้าง): เป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด กฎหมายแรงงานเอื้อมไม่ถึง และมักตกสำรวจจากสวัสดิการ กยท. เพราะไม่ใช่ “เจ้าของสวน”
  • แก้แล้วได้อะไร: หากแก้รัฐธรรมนูญให้เป็น “รัฐสวัสดิการ” สิทธิการรักษาพยาบาล, บำนาญประชาชน หรือเงินชดเชยรายได้ จะครอบคลุมถึง “คนกรีดยาง” ในฐานะแรงงาน โดยไม่ต้องอิงกับทะเบียนเกษตรกรเจ้าของที่ดิน

ชาวสวนยางจะได้อะไร ถ้าแก้รัฐธรรมนูญ?

ถ้ามีการแก้รัฐธรรมนูญโดยเน้นเรื่อง “ปากท้องและกระจายอำนาจ” สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ:

  1. ปลดล็อกพันธนาการ: ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคายางได้ยืดหยุ่น ทันตลาดโลก
  2. อำนาจอยู่ในมือ: กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น (และสภาเกษตรกร) มีอำนาจตัดสินใจใช้งบ CESS พัฒนายางพาราในพื้นที่ตัวเอง
  3. สิทธิที่ดิน: ปฏิรูปกฎหมายที่ดิน ให้เกษตรกรในพื้นที่ทับซ้อนเข้าถึงสิทธิ์ความช่วยเหลือของรัฐอย่างเท่าเทียม
  4. สวัสดิการถ้วนหน้า: ยกระดับคนกรีดยางและชาวสวนรายย่อย ให้ได้รับสวัสดิการพื้นฐาน (บำนาญ/รักษา) ในฐานะพลเมือง ไม่ใช่แค่เกษตรกรที่ต้องรอความเมตตา

“ยางพาราคือชีวิต แต่รัฐธรรมนูญคือกติกาที่กำหนดว่าชีวิตนั้นจะอยู่ดีกินดี หรือแค่มีลมหายใจไปวันๆ” การแก้ไขกติกา คือจุดเริ่มต้นของการกำหนดราคาชีวิตเราเองครับ แล้วพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา ทั่วประเทศละครับ คิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องใกล้ตัว แล้วคิดว่าชีวิตการกรีดยางของท่าน มันต้องการความแก้ไขเปลี่ยนแปลง ให้ดีขึ้นกว่านี้หรือไม่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จะแก้ หรือไม่แก้ไขรัฐธรรม มันก็ขึ้นอยู่กับตัวท่านเอง.

อ่านข่าวอื่น ๆ :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *