วงการสีกากีและกระบวนการยุติธรรมไทย กำลังเผชิญกับพายุลูกใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อคำว่า “ส่วย” ไม่ได้หยุดอยู่แค่ถนนหรือบ่อนการพนัน แต่ถูกกล่าวหาว่าลุกลามเข้าไปถึงห้องประชุมของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในรูปแบบของ “ทองคำแท่งหนัก 246 บาท”

ปริศนาทอง 246 บาท: สินบนหรือการจัดฉาก?
จุดเปลี่ยนอีกครั้ง ของมหากาพย์นี้มาจากคำให้การของ พ.ต.อ. ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิทที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกับ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล มายาวนาน การออกมา “แฉนายเก่า” ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องเปล่าๆ แต่พ่วงมาด้วยหลักฐาน “คลิปวิดีโอ” และ “พิกัดการส่งมอบ” ที่อ้างว่าเป็นการนำทองคำมูลค่ามหาศาลไปมอบให้กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อ “วิ่งเต้น” ให้หลุดจากคดีเว็บพนันออนไลน์มินนี่และคดีอื่นๆ
การเลือกใช้ “ทองคำ” แทนเงินสด สะท้อนถึงความเก๋าเกมในเชิงอาชญาวิทยา ทองคำแท่งไม่มีหมายเลขซีเรียลที่ระบุตัวตนเจ้าของได้ง่ายเท่าเงินโอนในระบบธนาคาร แต่นั่นกลายเป็นดาบสองคม เมื่อพยานปากสำคัญยืนยันว่า “บันทึกทุกขั้นตอน” ไว้เป็นประกันชีวิต
วิกฤตศรัทธา “องค์กรอิสระ”: เมื่อผู้คุมกฎถูกตั้งคำถาม
คำถามที่ดังก้องไปทั่วสังคมไทยคือ “หาก ป.ป.ช. กินสินบน แล้วประชาชนจะหวังพึ่งใคร?” ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ป.ป.ช. คือด่านสุดท้ายในการตรวจสอบทุจริต แต่กรณีนี้กรรมการ ป.ป.ช. บางคนกลับกลายเป็น “ผู้ถูกกล่าวหา” เสียเอง กระบวนการทางกฎหมายในมาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ) และมาตรา 149 (รับสินบน) กำลังถูกนำมาใช้ทดสอบความศักดิ์สิทธิ์ขององค์กรนี้
มุมมองทางกฎหมายระบุว่า หาก ป.ป.ช. ถูกแทรกแซงได้จริง คดีทุจริตนับพันคดีในมืออาจถูกตั้งข้อสงสัยว่ามี “ใบสั่ง” หรือ “การจ่ายเงิน” เพื่อจบเรื่องหรือไม่ นี่คือสภาวะ “มะเร็งในระบบยุติธรรม” ที่รุนแรงกว่าการคอร์รัปชันในระดับปฏิบัติการ
กลยุทธ์ “กามิกาเซ่” ของบิ๊กโจ๊ก: พลีชีพเพื่อล้มกระดาน?
นักวิเคราะห์มองว่าการที่บิ๊กโจ๊กออกมาเปิดข้อมูลโต้กลับ หรือการถูกแฉกลับในประเด็นนี้ อาจเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ “ล้มกระดาน” (Reset) หากเขาสามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ที่ทำสำนวนสอบสวนเขานั้น “ไม่สะอาด” หรือมีส่วนได้ส่วนเสีย สำนวนคดีทั้งหมดที่ทำมาจะกลายเป็น “ผลไม้พิษ” (Poisonous Tree Doctrine) ที่ศาลไม่สามารถนำมาใช้รับฟังเพื่อลงโทษเขาได้
แต่นี่คือเดิมพันที่เสี่ยงที่สุด เพราะหากหลักฐานของ พ.ต.อ. ภาคภูมิ และตำรวจชุดสอบสวนกลาง (CIB) มีน้ำหนักเพียงพอ บิ๊กโจ๊กจะไม่เพียงแค่ไม่ได้กลับเป็นตำรวจ แต่เขาจะกลายเป็น “สัญลักษณ์ของการทุจริต” ที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทย
สถิติและข้อมูลที่น่าสนใจ (2568-2569)
- คดีเว็บพนัน: มีการโยงเส้นทางการเงินถึงตำรวจมากกว่า 30 นาย
- การฟ้องร้อง: บิ๊กโจ๊กยื่นฟ้องศาลปกครองและคณะบุคคลรวมกว่า 60 ท่าน (เป็นสถิติสูงสุดของข้าราชการระดับสูง)
- ความเชื่อมั่น: ผลสำรวจโพลในช่วงต้นปี 2569 พบว่าประชาชนกว่า 70% “ไม่เชื่อมั่น” ในกระบวนการตรวจสอบขององค์กรอิสระจากข่าวส่วยทองคำ
บทสรุป: จุดจบหรือจุดเปลี่ยน?
กรณี “สินบนทองคำ” จะเป็นบทเรียนสำคัญที่บอกว่า การปฏิรูปตำรวจเพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่ประเทศไทยต้อง “ปฏิรูปองค์กรอิสระ” ด้วย ระบบตรวจสอบต้องถูกตรวจสอบได้ (Check the Checkers) มิฉะนั้น แมวเก้าชีวิตอย่างบิ๊กโจ๊กอาจหายไป แต่ระบบส่วยที่ซ่อนอยู่ในเงามืดจะยังคงอยู่และเติบโตต่อไป
อ้างอิงข้อมูล:
- กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก. ปปป.) – รายงานการเข้าค้น 11 จุด (26 ธ.ค. 68)
- สำนักข่าวอิศรา – เจาะลึกเส้นทางทองคำ 246 บาท (30 ธ.ค. 68)
- ไทยพีบีเอส – วิเคราะห์ข้อกฎหมาย มาตรา 157 และ 149 กรณีสินบนองค์กรอิสระ (1 ม.ค. 69)

อ่านข่าวอื่น ๆ :
- กล้าจับไหม? 10 สส.เอี่ยวสแกมเมอร์: เมื่อ “ทุนเทา” กลายเป็น “ทุนการเมือง”
- สายสีแดง ผนึกกำลัง การรถไฟ เอสอาร์ที แอสเสท จัดกิจกรรมวันเด็กสุดพิเศษ Join the Rail สร้างฝัน วันเด็ก 10 ม.ค. นี้
- 5 ทศวรรษ “ขายความจน” : ทำไมเลือกตั้ง 2569 คนไทยยังต้องกากบาทแลกข้าว?
- ตอนที่ 6 : “แตกศพแตกเสือ” ตำนานลาวพลัดถิ่น แห่งป่าห้วยยอดมน
- ตอนที่ 5 “ช่องเม็ก: รอยแยกแห่งสัตย์สาบานของมหาเถระผู้ยิ่งใหญ่” ที่ถูกลืม

