ตอนที่ 5 “ช่องเม็ก: รอยแยกแห่งสัตย์สาบานของมหาเถระผู้ยิ่งใหญ่” ที่ถูกลืม

สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ “ตำนานลึกลับที่ถูกลืม” วันนี้ผมจะพาทุกท่านย้อนรอยไปยังสถานที่ที่ดูเหมือนเป็นเพียงจุดผ่านแดนการค้าธรรมดา แต่ซ่อนเรื่องราวของมหาเถระผู้ทรงอิทธิฤทธิ์และสัตย์สาบานโบราณ ไว้ภายใต้ความเงียบงันของแผ่นดิน

วันนี้เราจะไปที่ “ด่านช่องเม็ก” จังหวัดอุบลราชธานี ด่านที่เชื่อมไทยกับลาว นะ บริเวณนี้ ไม่ได้มีชื่อมาจากพืชพรรณ หรือลักษณะทางภูมิศาสตร์ แต่มีที่มาจากพระสงฆ์ผู้ยิ่งใหญ่รูปหนึ่ง… ท่านที่คนสองฝั่งโขงเคารพในนาม “เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก” หรือที่รู้จักกันในนาม “ญาคูขี้หอม”

ใครคือ เจ้าราชครูโพนสะเม็ก? ทำไมชื่อของท่านจึงกลายมาเป็นชื่อด่านพรมแดน?

เรื่องราวของท่านถูกบันทึกไว้ใน พงศาวดารนครจำปาศักดิ์ และ ตำนานพระธาตุพนม ว่า ท่านคือผู้นำชุมชนและการเมืองที่ยิ่งใหญ่ในสมัยอาณาจักรล้านช้าง (ราวพุทธศตวรรษที่ 22-23)

บริบททางประวัติศาสตร์: ในยุคนั้น เกิดความวุ่นวายทางการเมืองในเวียงจันทน์ เจ้าราชครูโพนสะเม็ก ผู้ซึ่งมีสมณศักดิ์สูงส่ง และเป็นที่ปรึกษาของราชสำนัก ได้ตัดสินใจพาเชื้อสายกษัตริย์และศิษยานุศิษย์ กว่า 3,000 คน อพยพลงใต้ เพื่อหลีกหนีภัย และแสวงหาพื้นที่ใหม่ในการสถาปนาอาณาจักร นี่คือการอพยพครั้งประวัติศาสตร์ที่นำไปสู่การก่อตั้ง นครจำปาศักดิ์ ในเวลาต่อมา

เส้นทางการอพยพอันยาวนานนี้มีทางเลือกมากมาย แต่ทำไมขบวนชนชั้นสูงและผู้คนนับพันถึงเลือกเดินผ่าน ช่องเขาเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยป่าลึกอย่าง “ช่องเม็ก” ในปัจจุบัน? นั่นเพราะท่านไม่ได้เป็นเพียงพระสงฆ์ทั่วไป แต่เป็นพระผู้มี อภิญญา

ข้อมูลนี้ปรากฏใน “พงศาวดารนครจำปาศักดิ์” ฉบับต่าง ๆ และงานวิจัยของ สุนทรชัย ชอบยศ ในหนังสือ “ตามรอย ญาครูขี้หอม

เรื่องราวที่ถูกลืมไปจากหน้าประวัติศาสตร์ และถูกลดทอนให้เป็นเพียง “เรื่องเล่าพื้นบ้าน” คือ อภินิหาร ของท่าน

เชื่อกันว่า เจ้าราชครูโพนสะเม็ก สำเร็จอภิญญาขั้นสูง มีทั้ง หูทิพย์ ตาทิพย์ ที่สามารถมองทะลุผ่านความมืดมิดและภัยอันตราย ตำนานกล่าวว่า “ช่องเม็ก” ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางทางกายภาพ แต่เป็น “รอยแยก” ระหว่างโลกมนุษย์กับโลกวิญญาณ เป็นที่สถิตของ พญาภูตผู้เฝ้าด่าน หรือผีป่า ที่เคยทำให้ผู้ที่ข้ามไปอย่างไม่เต็มใจต้องหลงทางหรือสิ้นชีพ เจ้าราชครูใช้ อภิญญา เข้าไปเจรจาทำ สัตย์สาบาน กับพญาภูตนั้น ท่านสัญญาว่าจะใช้ช่องทางนี้เป็น “ทางผ่านของความศรัทธา” และเพื่อเป็นการผูกมัดสัญญา ท่านได้ ผนึกพลังจิตและชิ้นส่วนของมงคลวัตถุ ซึ่งสันนิฐานว่าอาจจะเป็นชิ้นส่วนของเหล็กเปียกที่ใช้บูรณะพระธาตุพนม หรือคัมภีร์ใบลานศักดิ์สิทธิ์ ไว้กับก้อน หินหลักเขต ในช่องเขา เพื่อให้ภูตตนนี้ทำหน้าที่ “คุ้มครอง” ช่องทางนี้สืบไป และอนุญาตให้ขบวนอพยพของท่านผ่านไปได้อย่างปลอดภัย

แล้วทำไมตำนานอันศักดิ์สิทธิ์และอัศจรรย์นี้จึงถูกลืม? เหตุผลที่ 1: การกลายเป็น “ด่านการค้า”: เมื่อเวลาผ่านไป ด่านช่องเม็กได้เปลี่ยนจาก “ช่องทางแห่งการอพยพทางจิตวิญญาณ” กลายเป็น “ประตูแห่งการค้าสมัยใหม่” การสร้างถนน การระเบิดหิน และการตั้งอาคารศุลกากร ได้ทำลายโครงสร้างทางธรรมชาติและ ‘หินหลักเขต’ แห่งสัตย์สาบานนั้นไปอย่างสิ้นเชิง ผู้คนให้ความสนใจกับการค้าขายและการจราจร จนลืมความศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิม

เหตุผลที่ 2: การตีความใหม่: นักประวัติศาสตร์สมัยใหม่มักจะเน้นย้ำถึงบทบาททางการเมืองของท่าน และลดทอนเรื่องอภินิหารให้เป็นเพียง “เรื่องเหลือเชื่อ” ทำให้แก่นแท้ของตำนานที่ใช้พลังจิตในการนำพาผู้คนถูกละเลย

ร่องรอยที่เหลืออยู่ จุดให้ค้นหา  นะ จุดผ่านแดนช่องเม็ก แม้ไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่ตำนานเล่าว่า พลังงานของสัตย์สาบานยังคงอยู่ ชาวบ้านในพื้นที่รอบๆ ช่องเม็ก เช่น บ้านด่านเก่า ยังคงมีความเชื่อและศรัทธาต่อ ญาคูขี้หอม โดยมักจะมีพิธีเซ่นไหว้ตามจุดพักเก่าๆ ของขบวนอพยพ

มีปรากฏการณ์ลึกลับ: เจ้าหน้าที่ในด่านที่เข้ากะกลางคืนบางครั้งยังคงเล่าเรื่อง “เสียงเดินตรวจตรา” หรือ “เงาร่างสูงใหญ่” ปรากฏขึ้นในบริเวณจุดตรวจศุลกากรในช่วงเวลาที่การค้าขาย “ไม่บริสุทธิ์” เช่น มีการลักลอบนำของหนีภาษี ซึ่งคนเชื่อว่าเป็น ‘พลังงานเฝ้าด่าน’ ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาจากการรบกวนของมนุษย์ หากคุณเดินทางไปที่ด่านช่องเม็ก ลองสังเกต ลักษณะของภูเขา หรือ ช่องเขา ที่ถูกตัดผ่านด้วยถนนใหญ่ มันคือร่องรอยทางกายภาพเดียวที่ยืนยันว่า มีขบวนผู้คนจำนวนมหาศาลต้องเบียดเสียดเดินทางผ่านช่องทางแคบๆ แห่งนี้จริงๆ… เพื่อหนีความตายและแสวงหาความศรัทธา

ด่านช่องเม็ก จึงไม่ใช่แค่พรมแดน แต่มันคือ อนุสรณ์สถานแห่งสัตย์สาบาน และเป็นร่องรอยการเดินทางของ เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก มหาเถระผู้ซึ่งพลังจิตวิญญาณของท่านยังคงเฝ้าด่านแห่งนี้อยู่คุณล่ะครับ? หากได้เดินทางไปที่ช่องเม็กในยามค่ำคืน คุณจะสัมผัสถึงความลึกลับของ ‘รอยแยกแห่งสัตย์สาบาน’ ที่ถูกลืมไปแล้วนี้หรือไม่? พบกับตำนานลึกลับที่ถูกลืมในตอนต่อไป…และคุณสามารถสนับสนุนทีมงานของเรา เพื่อเดินทางค้นหาตำนานลึกลับที่ถูกลืมเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ให้กลับมาให้พวกเราได้หวนจดจำข้อมูลที่มีคุณค่าเหล่านี้สืบต่อลูกหลายต่อไป วันนี้สวัสดีครับ!

อ่านตำนานลึกลับที่ถูกลืม ตอนอื่น ๆ :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *