ตอนที่ 4 : ปริศนาแห่งป่าต้องสาป: ใครคือผู้เฝ้า ‘วิหารที่หายไป’

สวัสดีครับ… ขอต้อนรับเข้าสู่ “”ตำนานลึกลับที่ถูกลืม””” วันนี้เราจะพาทุกท่านเดินทางไปยังผืนน้ำอันกว้างใหญ่แห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี… เขื่อนสิรินธร สำหรับคนทั่วไป ที่นี่คือแหล่งผลิตไฟฟ้า แหล่งท่องเที่ยว คือความร่มเย็นของเมืองอุบลฯ แต่มีตำนานหนึ่งที่ถูกคลื่นแห่งความเจริญซัดให้จมหายไป… นั่นคือตำนานของ “”ลำโดมน้อย”””

ลำโดมน้อย ไม่ใช่แค่ชื่อลำน้ำสายเล็กๆ ที่ถูกกลืนหาย แต่คือชื่อของ ชุมชน… วัดวาอาราม… และดวงวิญญาณนับพัน ที่ต้องพลัดถิ่น และทิ้งคำสาปไว้ ณ ใต้ผืนน้ำ “นี่คือเรื่องราวของ “”คำสาปแช่งจากผู้พลัดถิ่น””… อาถรรพ์ที่ไม่เคยหลับของเขื่อนสิรินธร”

ในช่วงปี พ.ศ. 2511-2514 โครงการก่อสร้างเขื่อนสิรินธรได้เริ่มต้นขึ้น เพื่อประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและพัฒนาประเทศ… แต่ในนามของการพัฒนานั้น ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียครั้งใหญ่ “การกักเก็บน้ำได้ท่วมพื้นที่กว่า 180,000 ไร่ กลืนกินหมู่บ้าน วัดวาอาราม ป่าช้า และพื้นที่ทำกินของชาวบ้านกว่า 2,000 ครัวเรือน หรือประมาณ 10,000 ชีวิต ที่ต้องอพยพจากบ้านเกิดของตนเอง” ชาวบ้านที่ต้องพลัดถิ่นเหล่านั้น ไม่ได้เพียงแค่เสียบ้าน แต่เสียรากฐานของชีวิต เสียที่นาอุดมสมบูรณ์… เสียน้ำตกแซน้อยที่เคยหล่อเลี้ยงชีวิต… และที่สำคัญคือเสีย ความศักดิ์สิทธิ์ของบรรพบุรุษ ที่ฝังอยู่ ณ ที่แห่งนั้น เรื่องที่ถูกลืมและเป็นรากฐานของความแค้น คือ ความไม่เป็นธรรมในการชดเชย, มีรายงานว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ได้รับค่าตอบแทนเพียง 20-30% ของมูลค่าที่ดินจริง ที่ดินใหม่ที่รัฐจัดสรรให้ก็เป็น ที่ดินคุณภาพแย่ แห้งแล้ง ปลูกพืชไม่ขึ้น ส่วนโครงการคลองชลประทานที่สัญญาว่าจะช่วยชีวิตใหม่ ก็ถูกปล่อยให้ล้มเหลว…”นี่คือมรดกความทุกข์ยากที่สืบทอดมานานกว่า 50 ปี จนทุกวันนี้ก็ยังมีกลุ่มชาวบ้านที่เรียกตัวเองว่า “”นักสู้ลำโดมน้อย”” ออกมาเรียกร้องความยุติธรรมอยู่เสมอ… ความแค้นที่ถูกกดทับนี้เอง… ได้ก่อร่างสร้าง “”คำสาป”” ขึ้น”

ในหมู่ผู้พลัดถิ่น มีหญิงชราคนหนึ่งนามว่า “”ยายทองดี”” ยายทองดีเป็นปราชญ์ชาวบ้าน เป็นผู้ดูแลศาลเจ้าประจำหมู่บ้านเก่าที่แก่งแซน้อย” ยายทองดีปฏิเสธการอพยพจนกระทั่งน้ำเริ่มเอ่อท่วมถึงบันไดบ้าน ในคืนสุดท้าย… ที่ผืนดินบ้านเกิดกำลังจะกลายเป็นท้องน้ำ ยายทองดีได้กระทำพิธีที่ถือเป็น การสาบานอาฆาตครั้งสุดท้าย ต่อสายน้ำลำโดมน้อย  ว่ากันว่า… ก่อนที่ยายทองดีจะย้ายออกไป นางได้นำ เสาหลักเรือน และ พระพุทธรูปโบราณ ที่เป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของชุมชน ไปผูกติดกับก้อนหินใหญ่ แล้วทิ้งมันลงไป ณ จุดที่ลึกที่สุดของแก่งแซน้อย… เพื่อให้เสาหลักนั้นเป็น “”จุดรวมพลังแค้น”” ที่จมอยู่ใต้น้ำตลอดไป” นับจากวันนั้น… หากใครก็ตามที่เข้าไปในเขื่อนสิรินธรด้วยจิตที่เต็มไปด้วยความโลภ หรือการทุจริต ไม่นานก็จะประสบกับความวิบัติอย่างลึกลับ… นี่คือผลของคำสาปจากผู้พลัดถิ่น

“นอกเหนือจากความแค้นของมนุษย์… ใต้ผืนน้ำยังมีอาถรรพ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกลืม… นั่นคือ “”วัดจมน้ำ””” ก่อนการสร้างเขื่อน มีวัดโบราณหลายแห่งในพื้นที่หมู่บ้านเก่าถูกปล่อยให้จมน้ำ บางส่วนถูกรื้อถอน แต่ก็มีหลายส่วนที่เหลือรอดอยู่ใต้นั้น ชาวบ้านเล่าว่า… ในคืนที่น้ำใสสงบและดวงจันทร์เต็มดวง บางครั้งจะได้ยิน เสียงสวดมนต์แผ่วๆ ดังมาจากใต้ผืนน้ำ นั่นคือเสียงของวิญญาณพระและเหล่าชาวบ้านที่ต้องจมอยู่กับวัด… พวกเขาไม่ได้ไปผุดไปเกิดเพราะไม่ได้รับการอัญเชิญอย่างสมบูรณ์ และสถานที่แห่งนี้มักมีเรื่องเล่าของ อุบัติเหตุประหลาด เช่น แพท่องเที่ยวถูกพัดชนอย่างรุนแรงโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน… หรือคนที่ลงเล่นน้ำในบริเวณต้องห้ามแล้ว จมหายไปอย่างกะทันหัน ราวกับมีอะไรบางอย่างดึงลงไป ชาวประมงท้องถิ่นเชื่อว่า… วิญญาณเหล่านั้นยังคงเฝ้ารอ… เฝ้ารอใครบางคนที่จะมาชดใช้ความผิดที่ทำให้บ้านของพวกเขาจมลง… และเฝ้ารอความยุติธรรมที่ยังไม่เคยได้รับ

ทำไมตำนานที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและอาถรรพ์นี้ถึงถูกลืมเลือนไปจากกระแสหลัก? เหตุผลข้อที่ 1: การกลบด้วยภาพลักษณ์ความงาม รัฐและผู้ประกอบการพยายามนำเสนอเขื่อนสิรินธรในฐานะ แหล่งท่องเที่ยว และ ความภาคภูมิใจทางพลังงาน ทำให้เรื่องราวความทุกข์ยากและอาถรรพ์ ถูกทำให้เงียบไปเพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของโครงการ เหตุผลข้อที่ 2: ความไม่สะดวกทางประวัติศาสตร์ เรื่องราวของ “”คำสาปแช่งจากผู้พลัดถิ่น”” นั้น เป็นการกล่าวโทษถึงความไม่เป็นธรรมของ ผู้มีอำนาจ ในอดีต ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่สะดวกที่จะถูกจดจำ… จึงถูกทำให้กลายเป็นแค่ “”เรื่องเล่าขานงมงาย”” มากกว่าจะเป็นเรื่องจริงที่ต้องชดใช้” “แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน… สำหรับ “”นักสู้ลำโดมน้อย”” และลูกหลานของผู้พลัดถิ่น ความทุกข์ยากนั้นยังคงอยู่ และตราบใดที่ความยุติธรรมยังไม่ได้รับ… คำสาปแช่งของ ยายทองดี ก็ยังคงทำงานต่อไป”

คุณผู้ฟัง สามารถกลับมาพบกันใหม่ในตำนานลึกลับที่ถูกลืมครั้งหน้า หากชื่นชอบตำนาน ที่เรานำกลับมาเล่าใหม่ เพื่อไม่ให้ตำนานความเจ็บปวดของบรรพบุรุษของเราต้องสูญหาย ก็ฝากสนับสนุนเราได้ที่ คิวอาร์โค๊ดนี้นะครับ สำหรับวันนี้… สวัสดีครับ

เหตุผลที่ตำนานนี้ “ถูกลืม”

ตำนานเรื่อง “ลำโดมน้อย… อาถรรพ์ที่ไม่เคยหลับ” นี้ถูกลืมหรือถูกทำให้เป็นแค่เรื่องเล่าพื้นบ้านที่ไม่มีน้ำหนัก เนื่องจากปัจจัยหลัก 3 ข้อที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างอำนาจและการพัฒนาครับ:

การกลบฝังด้วยภาพลักษณ์ความเจริญ: รัฐและผู้ประกอบการมุ่งเน้นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของเขื่อนสิรินธรในฐานะ แหล่งพลังงานที่สำคัญ และ จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สวยงาม การนำเสนอเรื่องราวความทุกข์ยากหรืออาถรรพ์จะทำลายภาพลักษณ์เชิงบวกนี้ ดังนั้น เรื่องราวความแค้นจึงถูกลดความสำคัญลงเหลือแค่ “เรื่องผี” ที่ไม่เป็นทางการ

ประเด็นความไม่สะดวกทางประวัติศาสตร์: ตำนานนี้มีรากฐานมาจาก ความล้มเหลวในการจัดการผลกระทบทางสังคม และ การละเลยการชดเชยที่เป็นธรรม ให้กับชาวบ้านที่ต้องเสียสละ การยอมรับตำนานนี้เท่ากับเป็นการยอมรับว่ามีการกระทำที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น ซึ่งเป็น “ประวัติศาสตร์ที่รัฐไม่ต้องการให้ถูกจดจำ”

การเปลี่ยนถ่ายความทรงจำ: เมื่อผู้พลัดถิ่นรุ่นแรกเสียชีวิตลง และคนรุ่นใหม่เติบโตขึ้นในพื้นที่ที่แห้งแล้ง พวกเขาขาดความผูกพันทางกายภาพกับบ้านเดิมที่จมอยู่ใต้น้ำ ความทรงจำของสถานที่จึงค่อยๆ เลือนหายไป เหลือไว้เพียงความรู้สึก “เป็นหนี้” ที่ถูกส่งต่อมายังลูกหลานเท่านั้น

อ่านตำนานลึกลับที่ถูกลืม ตอนอื่น ๆ :

สั่งสินค้าได้ที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *