ปรากฏการณ์ “ยืนข้างผู้เปิดโปง” (Whistleblower) ได้กลายเป็นพฤติกรรมทางสังคมที่เด่นชัดในประเทศไทยยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ หมอธีระวัฒน์, หมอเหรียญทอง, ข้าราชการที่ออกมาเปิดโปงการทุจริต หรือกรณีล่าสุดอย่าง “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล

แม้ว่ากลุ่มผู้เปิดโปงเหล่านี้มักเผชิญกับการต่อต้านจาก “ระบบ” แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ พวกเขากลับได้รับพลังสนับสนุนมหาศาลจากประชาชนในโลกโซเชียลอย่างต่อเนื่อง
คำถามสำคัญคือ ทำไมคนไทยส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะ “เชื่อผู้เปิดโปง” มากกว่า “คำชี้แจงของระบบรัฐ”?
บทวิเคราะห์นี้ TopicThailand จะเจาะลึกพฤติกรรมดังกล่าวผ่าน 5 มิติทางจิตวิทยาสังคม ที่สะท้อนรอยร้าวลึกของความไว้วางใจในสังคมไทย
ภาวะ “ไม่เชื่อมั่นรัฐเรื้อรัง” (Chronic Distrust)
ในสังคมที่มีสถิติคดีทุจริตสูง, ความโปร่งใสต่ำ (Transparency ต่ำ) และกระบวนการลงโทษที่ไม่ชัดเจน ประชาชนจะเกิดภาวะ “ไม่เชื่อระบบ แต่เชื่อบุคคลที่กล้าสู้ระบบ”
ในบริบทของไทย ปรากฏการณ์นี้สะสมมานานหลายทศวรรษ จากคดีสำคัญที่สังคมกังขา เช่น การทุจริตในแวดวงราชการ, คดีของผู้มีอิทธิพล หรือคดีการเมืองที่มักจบลงโดยไม่มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน สิ่งนี้สร้าง “วงจรความไม่ไว้วางใจรัฐ” (State Distrust Spiral) ที่หมุนวนและเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อมี “ผู้กล้าเปิดโปง” ปรากฏตัวขึ้น ประชาชนจึงมีแนวโน้มที่จะมองพวกเขาในฐานะ “ที่พึ่งสุดท้าย” หรือทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่
“อารมณ์เชิงยุติธรรม” ที่ถูกกดทับ (Suppressed Sense of Justice)
สังคมไทยมีลักษณะพิเศษที่ประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่า “ความยุติธรรมเข้าถึงยาก” เนื่องจากโครงสร้างระบบราชการที่มีลำดับชั้นสูง (Hierarchy) และอำนาจของระบบอุปถัมภ์หรือเส้นสายที่ฝังรากลึก
ความรู้สึกนี้สะสมจนกลายเป็นคำถามในใจว่า “ถ้าคนระดับสูงยังไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วคนทั่วไปจะเหลืออะไร?”
การปรากฏตัวของผู้เปิดโปงจึงทำหน้าที่เป็น “ช่องระบายอารมณ์” (Emotional Outlet) ของสังคม เสมือนมี “ตัวแทนความยุติธรรม” ที่กล้าลุกขึ้นมาท้าทายระบบ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่การสนับสนุน แต่เป็นการ “อิน” และ “ปกป้อง” อย่างรุนแรง เพราะพวกเขากำลังทำในสิ่งที่คนธรรมดาไม่สามารถทำได้
วัฒนธรรม “ฮีโร่ตัวคนเดียว” (The Lone Hero Culture)
ความเชื่อเรื่อง “คนดีมาโปรด” หรือ “ผู้กล้าช่วยชาติ” ยังคงฝังลึกในจิตสำนึกของสังคมไทย เรามักจะผูกพันกับเรื่องเล่า (Narrative) ของตัวเอกที่ลุกขึ้นสู้, คนเดียวที่กล้าท้าทายอำนาจมืด หรือผู้กล้าที่ไม่เกรงกลัวผู้มีอิทธิพล
สิ่งนี้ทำให้เกิดอคติที่เรียกว่า “Hero Bias” (อคติเข้าข้างพระเอก) เมื่อใดก็ตามที่มีคนกล้าชนกับระบบใหญ่ ประชาชนมักจะมองเขาเป็น “พระเอก” โดยอัตโนมัติ
กรณีของบิ๊กโจ๊กนั้นชัดเจนเป็นพิเศษ เนื่องจากภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง, ผลงานในอดีตที่โดดเด่น และการต่อสู้แบบ “เปิดหน้าชน” จึงเข้ากับต้นแบบ (Archetype) ของ “นักรบเดียวดาย” ที่สังคมกำลังมองหาได้อย่างสมบูรณ์
พลังขยายเสียงของโซเชียลมีเดีย (Social Media Amplification)
ในอดีต “เรื่องของรัฐ” มักถูกผูกขาดการเล่าเรื่องโดยรัฐ แต่ปัจจุบัน โซเชียลมีเดียได้ทลายการผูกขาดนั้นลง ประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์, แบ่งปันประสบการณ์ตรง, ตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือโต้แย้งคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่รัฐได้แบบเรียลไทม์
โดยธรรมชาติของแพลตฟอร์ม อัลกอริทึมมักจะเอื้อให้ “เรื่องราวของผู้กล้าชนอำนาจ” หรือ “ดราม่า” ถูกเผยแพร่ (Viral) ได้ง่ายและเร็วกว่า “ข่าวชี้แจงทางราชการ” ที่มักจะแห้งแล้งและเป็นทางการ โครงสร้างของโซเชียลมีเดียจึงช่วยผลักดันให้ผู้เปิดโปงกลายเป็นตัวแทนของมวลชน
ในเชิงจิตวิทยาสื่อสาร นี่เรียกว่า “ความได้เปรียบในการเล่าเรื่อง” (Narrative Advantage) คือ “เขาเล่าเรื่องได้ก่อนระบบ” และเสียงของเขาดังกว่า
ความหวังเชิงสัญลักษณ์ (Symbolic Hope)
ลึกๆ แล้ว แม้ประชาชนจะไม่เชื่อมั่นในระบบ แต่พวกเขาก็ไม่อยากรู้สึกสิ้นหวัง (Desperate) โดยสมบูรณ์ จิตวิทยาสังคมเรียกสิ่งนี้ว่า “กลไกการสงวนความหวัง” (Hope Preservation Mechanism)
ผู้เปิดโปงจึงไม่ได้ถูกมองแค่ในฐานะบุคคล แต่ถูกมองในฐานะ “หลักฐานว่าความดียังไม่ตาย”, “สัญลักษณ์ว่าระบบนี้ยังพอซ่อมได้” หรือ “อย่างน้อยก็ยังมีคนที่กล้ายืนอยู่ข้างประชาชน”
การสนับสนุนที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องของเหตุผล แต่เป็น “ความหวังทางอารมณ์” (Emotional Hope) ที่สังคมยึดเหนี่ยวไว้ ผู้เปิดโปงจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของ “คำตอบที่รัฐไม่เคยให้ได้”
บทสรุป: ปรากฏการณ์ที่คนไทยเลือกยืนข้าง “ผู้เปิดโปง” ไม่ใช่แค่การเชียร์ “คน” แต่คือการ “ต่อต้าน” ระบบที่พวกเขารู้สึกว่าล้มเหลวและไม่ยุติธรรม
ผู้เปิดโปง คือ “ความหวัง” ในขณะที่ระบบรัฐ คือ “ความล้มเหลวที่เห็นซ้ำแล้วซ้ำอีก”
กรณีของบิ๊กโจ๊กจึงเป็นจุดตัดที่ลงตัวของทุกปัจจัย: ระบบที่ประชาชนไม่ไว้วางใจ, คดีที่สังคมให้ความสนใจ, ภาพลักษณ์ของคนกล้าสู้, การสื่อสารที่ตรงถึงประชาชนผ่านโซเชียลมีเดีย และความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นพร้อมกับความหวัง ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “ยืนข้างผู้เปิดโปง มากกว่ารัฐ” อย่างชัดเจนที่สุดในรอบหลายปี.

อ่านข่าวอื่น ๆ :
- ชำแหละแผน ‘Shadow Executive’ พรรคประชาชน: ปฏิวัติโครงสร้างหรือกับดักมรณะ?
- ศุภาลัย เสิร์ฟของขวัญรับปีใหม่! ส่ง “ดีลหวานฉ่ำ จองหลักพัน รับกันหลักแสน”ชวนคนไทยมีบ้านแบบ Happy พร้อมรับส่วนลดจัดเต็ม คืนสูงสุด 50 เท่า!
- ศึกกู้ศักดิ์ศรีเขต 7 อุบลฯ: ทำไม “ตี๋เล็ก เชิดศักดิ์” คือคำตอบที่เหนือกว่าการเมืองแบบเก่า
- กล้าจับไหม? 10 สส.เอี่ยวสแกมเมอร์: เมื่อ “ทุนเทา” กลายเป็น “ทุนการเมือง”
- สายสีแดง ผนึกกำลัง การรถไฟ เอสอาร์ที แอสเสท จัดกิจกรรมวันเด็กสุดพิเศษ Join the Rail สร้างฝัน วันเด็ก 10 ม.ค. นี้

