Day: August 12, 2025

หนังสือเดินทางสิงคโปร์ครองแชมป์ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกปี 2025 : เดินทางได้เกือบ 200 ประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า

สิงคโปร์ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำด้านการเดินทางระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง จากการจัดอันดับ “หนังสือเดินทางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกประจำปี 2025” ซึ่งรายงานจากดัชนีชั้นนำอย่าง Henley Passport Index และ Global Passport Index ต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า หนังสือเดินทางของสิงคโปร์ ครองอันดับ 1 อย่างเหนียวแน่น ความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าใคร หัวใจสำคัญที่ทำให้หนังสือเดินทางสิงคโปร์ทรงอิทธิพลคือ ความสะดวกสบายในการเดินทาง โดยพลเมืองสิงคโปร์สามารถเดินทางเข้าได้มากถึง 193-195 ประเทศและดินแดนทั่วโลก โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า หรือสามารถขอวีซ่าเมื่อเดินทางถึง (Visa on Arrival) ซึ่งจำนวนนี้ถือเป็นหนึ่งในตัวเลขที่สูงที่สุดในโลก ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มาจากปัจจัยสำคัญหลายประการ ได้แก่: เทียบอันดับกับประเทศอื่น ๆ การจัดอันดับในปี 2025 นี้ยังเผยให้เห็นถึงภาพรวมของประเทศอื่น ๆ ที่น่าสนใจ: สำหรับประเทศไทย หนังสือเดินทางไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 61-62 โดยสามารถเดินทางได้ประมาณ 82 จุดหมายปลายทางโดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่อไป. อ่านข่าวอื่น ๆ :

อ่านต่อ

เปิดใจครูผู้บาดเจ็บ เหตุนักเรียน ม.5 ทำร้าย เพราะไม่พอใจเรื่องคะแนน “คะแนนมันก็เป็นไปตามนั้น”

อุทัยธานี – ครูสาวเปิดใจหลังถูกนักเรียน ม.5 ทำร้ายในห้องเรียน ชี้ชนวนเหตุมาจากความผิดหวังเรื่องคะแนนสอบที่คาดหวังไว้สูงเกินจริง ด้านตำรวจเร่งสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมายและส่งตัวเยาวชนไปตรวจสภาพจิต เมื่อเวลา 11:00 น. ของวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ครูภรณ์ทิพย์ ครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ วัย 33 ปี ได้เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองฉาง โดยมี พ.ต.อ.อนันต์ วงศ์ศรีสุนทร ผกก. สภ.หนองฉาง ควบคุมการสอบสวนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนอายุเพียง 16 ปี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำครูและนักเรียนเรียบร้อยแล้ว พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำตัวเยาวชนเข้าสู่กระบวนการและตรวจสภาพจิตเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญครูภรณ์ทิพย์เดินทางไปยังโรงเรียนที่เกิดเหตุใน อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เพื่อชี้จุดเกิดเหตุภายในห้องเรียนพิเศษ ม.5 “ห้องปราชญ์” ซึ่งเป็นห้องสำหรับนักเรียนเรียนดี ครูภรณ์ทิพย์เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุ เธอกำลังนั่งตรวจข้อสอบ นักเรียนชายคนดังกล่าวได้เข้ามาสอบถามเรื่องคะแนน หลังจากพูดคุยกันเสร็จ นักเรียนก็เกิดความไม่พอใจและเข้าทำร้ายร่างกาย เนื่องจากคะแนนที่ได้ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้สูงมากนัก ครูภรณ์ทิพย์ยืนยันว่าถึงแม้จะได้รับบาดเจ็บ แต่เมื่ออาการดีขึ้นก็พร้อมที่จะกลับไปสอนหนังสือตามปกติ เพราะรักในอาชีพครู ด้านครูฟ้า ซึ่งเป็นครูสอนวิชาสังคมและเพื่อนร่วมงานของครูผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตอนนี้ผู้อำนวยการโรงเรียนรับทราบเรื่องแล้ว และกำชับให้ดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย […]

อ่านต่อ

ยืนยัน! เหตุ ส.อ.ธีรพล เหยียบ PMN-2 พบเพิ่มอีก 3 ทุ่นใหม่เอี่ยม ในเขตไทย

เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจกองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า จากเหตุการณ์ที่ ส.อ.ธีรพล เพียขันที สังกัด กองร้อยทหารพรานที่ 2610 ทำการลาดตระเวนบริเวณฐานปฏิบัติการจุบตะโมก อยู่ทางตะวันตก ปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิด PMN-2 ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้ดำเนินการส่งหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด และพิสูจน์หลักฐาน เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุบริเวณฐานปฏิบัติการจุบตะโมก พื้นที่ปราสาทตาเมือนธม เข้าไปเก็บหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อนำพิสูจน์ทราบ ล่าสุดผลการพิสูจน์ 100% เป็นทุ่นระเบิด PMN-2 เพิ่มเติม 3 ทุ่น ซึ่งอยู่ในสภาพใหม่พร้อมใช้งาน ไม่ใช่ของเก่า และอยู่ในเขตอธิปไตยของไทย. อ่านข่าวอื่น ๆ :

อ่านต่อ

กัมพูชา เล่นบทเหยื่อ ร้องยูเอ็น! ไทยละเมิดหยุดยิง–กัมพูชาสั่นคลอน กล่าวหากองทัพไทยรุกล้ำ–สร้างป้อมในพระวิหาร

วันที่ 12 ส.ค. 2568 Fresh News สื่อกัมพูชารายงานว่า นายชุม ซุนรี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา แถลงว่า นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฯ ได้ทำหนังสือถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อแจ้งถึง “ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น” ต่อสถานการณ์หยุดยิงที่เปราะบางระหว่างกัมพูชาและไทยในขณะนี้ ในจดหมายลงวันที่ 11 ส.ค. 2568 ปรัก สุคน ระบุว่า การหยุดยิงที่บรรลุเมื่อ 28 ก.ค. 2568 ภายใต้การประชุมพิเศษที่มาเลเซียจัดขึ้น ช่วยรักษาชีวิตผู้คนและสร้างความหวังให้ผู้พลัดถิ่นหลายหมื่นคนได้เตรียมกลับบ้าน แต่สถานการณ์เริ่มสั่นคลอน เนื่องจากกองทัพไทยยังคงละเมิดอธิปไตยกัมพูชา ทั้งการรุกล้ำ วางลวดหนาม ก่อสร้าง และใช้เครื่องจักรกลหนักสร้างป้อมปราการในพื้นที่อันเซห์ จังหวัดพระวิหาร กัมพูชาชี้ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง กฎหมายระหว่างประเทศ และสนธิสัญญาชายแดนปี 1904 และ 1907 รวมถึงคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ปี 1962 และ 2013 ในคดีปราสาทพระวิหาร ซึ่งถือเป็นที่สุดและมีผลผูกพันตามกฎบัตรสหประชาชาติ รัฐบาลกัมพูชาเรียกร้อง 3 […]

อ่านต่อ

100 ปี บ้านแพ้ว

บ้านแพ้วฉลอง 100 ปี! เปิดตลาดชุมชนเชิงศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นและสืบสานรากเหง้า สมุทรสาคร – เมื่อค่ำคืนของวันที่ 11 สิงหาคม 2568 อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ได้จัดพิธีเปิดงานสุดยิ่งใหญ่ “โครงการพัฒนาระบบตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนเชิงศิลปวัฒนธรรม” เพื่อร่วมฉลองในโอกาสครบรอบ 100 ปี การก่อตั้งอำเภอบ้านแพ้ว ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศที่คึกคักและอบอุ่น ณ ลานตลาดนัดหน้าวัดยกกระบัตร โดยมีนายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติและชาวบ้านแพ้วที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง นายชยพล รัตนวิสุทธิกุล นายอำเภอบ้านแพ้ว เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากโครงการที่ได้รับความนิยมอย่างดีเยี่ยมในปีก่อนๆ แต่ในปีนี้มีความพิเศษยิ่งขึ้น เพราะเป็นการจัดขึ้นเพื่อร่วมฉลองวาระสำคัญ 100 ปี ของอำเภอบ้านแพ้ว ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2468 นับเป็นโอกาสอันดีที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันส่งเสริมและสืบสานศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าของชาวบ้านแพ้ว การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ: งาน “พัฒนาระบบตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนเชิงศิลปวัฒนธรรม (ครบรอบ 100 ปี บ้านแพ้ว)” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 15 สิงหาคม […]

อ่านต่อ

ทบ.เตือนกัมพูชา หยุดละเมิดหยุดยิง! ขู่ใช้สิทธิ์ป้องกันตนเอง

เหตุปะทะเงียบชายแดนไทย – กัมพูชาปะทุอีกครั้ง เมื่อวันที่ 12 ส.ค. เวลา 09.10 น. สิบเอกธีรพล เพียขันที สังกัด ร้อย.ทพ.2610 ลาดตระเวนห่างจากปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ ราว 1 กิโลเมตร เหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ฝ่ายกัมพูชาลอบฝังไว้ จนบาดเจ็บสาหัสบริเวณข้อเท้าซ้าย แม้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่เหตุนี้กลายเป็นหลักฐานชัดเจนว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และฝ่าฝืนอนุสัญญาออตตาวาอย่างโจ่งแจ้ง พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่าพฤติกรรมลักษณะเดียวกันนี้เกิดซ้ำหลายครั้งในพื้นที่ชายแดน สะท้อนเจตนาร้ายและความต่อเนื่องของการคุกคามไทย สวนทางคำมั่นบนเวที GBC พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการไม่ตอบรับข้อเสนอไทยเรื่องทุ่นระเบิดคือสัญญาณชัด ว่ามีการวางแผนใช้เป็นเครื่องมือกดดันอย่างเป็นระบบ กองทัพบก ย้ำอีกว่า ไทยยึดสันติวิธีมาโดยตลอด ไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน แต่หากการละเมิดยังดำเนินต่อไป ก็อาจจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ป้องกันตนเองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อหยุดยั้งการสูญเสียกำลังพลและปกป้องอธิปไตยไทย. อ่านข่าวอื่น ๆ :

อ่านต่อ

สกัดจับ 2 ครอบครัวกัมพูชาหนีความอดอยาก ลอบเข้าไทยหวังหางานทำ

กองกำลังบูรพาและหน่วยทหารพราน จับกุมแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา 2 ครอบครัว รวม 9 คน ลักลอบเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยทั้งหมดให้การว่าหนีความอดอยากและต้องการกลับมาทำงานในไทย เหตุแรก เกิดวันที่ 11 ส.ค. เวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.1206 ตรวจพบครอบครัวชาวกัมพูชา 4 คน พร้อมผู้นำพาชาวไทย ขณะเดินออกจากไร่อ้อยเพื่อขึ้นรถยนต์ริมถนนหมายเลข 3383 ตรวจสอบพบว่าผู้นำพาได้รับค่าจ้าง 300 บาทต่อหัว ส่วนแรงงานจ่ายค่าเดินทางจากกัมพูชาคนละ 4,000 บาท เด็ก 1,000 บาท รวม 13,000 บาท เพื่อมุ่งหน้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ เหตุที่สอง เวลาประมาณ 22.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ร้อย ทพ.1202 พบครอบครัวชาวกัมพูชา 4 คน และแรงงานอีก 1 คน เดินเท้าพร้อมสัมภาระจากชายแดนบ้านภูน้ำเกลี้ยง […]

อ่านต่อ

อย่าใช้โศกนาฏกรรมสร้างความเกลียดชัง : บทเรียนสำคัญจากทั่วโลก

เลิกหาประโยชน์ส่วนตน จากความสูญเสีย ด้วยการสร้างความเกลียดชัง บนพื้นฐานที่ไม่เป็นจริง ในโลกยุคข้อมูลข่าวสาร ความสูญเสียไม่เพียงแต่เป็นโศกนาฏกรรมส่วนบุคคล แต่ยังกลายเป็น “เชื้อไฟ” ที่บางฝ่ายนำมาใช้สร้างกระแส เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองหรือส่วนตัว ปรากฏการณ์นี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งในไทยและต่างประเทศ ตัวอย่างในต่างประเทศ กรณีคลาสสิกคือการเมืองสหรัฐฯ หลังเหตุการณ์ 9/11 ปี 2001 เมื่อการก่อการร้ายถูกใช้เป็นเหตุผลผลักดัน “สงครามอิรัก” แม้ในเวลาต่อมาจะปรากฏชัดว่า หลักฐานเรื่องอาวุธทำลายล้างสูง (WMD) เป็นข้อมูลที่ไม่มีมูล แต่ในเวลานั้น ความกลัวและความโกรธถูกใช้เป็นเครื่องมือผลักดันนโยบาย จนเกิดสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนนับแสน และสร้างความแตกแยกในสังคมสหรัฐฯ มาจนถึงทุกวันนี้ กรณีในภูมิภาคเอเชีย ในบางประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เหตุความขัดแย้งชายแดนถูกขยายและตีความเกินจริง เพื่อสร้างภาพอีกฝ่ายเป็น “ศัตรู” สืบเนื่องไปถึงการปลุกกระแสชาตินิยมสุดโต่ง จนส่งผลให้เศรษฐกิจชายแดนหยุดชะงัก การค้าร่วมพังทลาย และประชาชนสองฝั่งต้องอยู่ในบรรยากาศแห่งความหวาดระแวง ตัวอย่างในสังคมไทย ประเทศไทยเองก็ไม่รอดพ้นจากวงจรนี้ ในหลายเหตุการณ์ด้านความมั่นคงหรือการเมือง ความสูญเสียของประชาชนถูกหยิบไปใช้เป็นเครื่องมือโจมตีคู่แข่ง บางครั้งมีการตัดต่อคลิป เลือกใช้ภาพบางมุม หรืออ้างพยานเพียงฝั่งเดียว เพื่อสร้าง “เรื่องเล่า” ที่ตอกย้ำความเกลียดชัง ผลลัพธ์คือความขัดแยกที่ฝังลึก และทำให้การหาทางออกอย่างมีเหตุผลแทบเป็นไปไม่ได้ บทเรียนที่ควรจำ ไม่ว่าที่ไหนในโลก การใช้โศกนาฏกรรมเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ล้วนทิ้งรอยแผลให้สังคมยาวนานกว่าที่คาด บางครั้งรอยแผลนั้นไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขความสูญเสีย […]

อ่านต่อ