“เมื่อไหร่ธนาธรจะกลับมา?” คือคำถามที่ดังก้องอยู่ในใจผู้สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตย โดยเฉพาะเมื่อสัญญาณการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่กำลังจะมาถึงในช่วงต้นปี 2569 (ตามวาระของรัฐบาลชุดปัจจุบัน) แต่ความจริงทางกฎหมายอาจเป็นยาขมที่ต้องกลืน เพราะหากกางปฏิทินดูคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ประตูสภาจะยังไม่เปิดรับชายชื่อ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

กรงขังเวลา 10 ปี: ความจริงทางกฎหมาย
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ จากคดีเงินกู้ 191.2 ล้านบาท และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา 10 ปี [อ้างอิง: คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2563]
นั่นหมายความว่า โทษแบนทางการเมืองของธนาธร จะสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2573 หากการเลือกตั้งเกิดขึ้นในปี 2569 ตามคาดการณ์ ธนาธรจะยังคงเป็นเพียง “ผู้สังเกตการณ์” และ “ผู้ช่วยหาเสียง” (ตามกรอบที่กฎหมายเปิดช่อง) เท่านั้น ไม่สามารถมีชื่อในบัญชีแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีได้
ภารกิจ “คณะก้าวหน้า”: การเมืองที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้
การหายไปจากหน้าจอทีวีในฐานะ สส. ไม่ได้หมายความว่าเขาหยุดทำงาน ในช่วงเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา ธนาธรใช้กลไกของ “คณะก้าวหน้า” ในการทำงานการเมืองภาคประชาชน:
- การเมืองท้องถิ่น: ส่งผู้สมัคร อบต. และเทศบาล เพื่อสร้างรากฐานประชาธิปไตยจากฐานล่าง (Decentralization)
- งานวิชาการและน้ำประปา: การผลักดันเรื่อง “น้ำประปาดื่มได้” ในระดับท้องถิ่น เป็นการพิสูจน์ฝีมือการบริหารจริงโดยไม่ต้องรอกระทรวงมหาดไทย
- โรงเรียนการเมือง: สร้างหลักสูตรให้ความรู้เยาวชน ซึ่งเป็นการสร้างฐานคะแนนเสียงระยะยาว (Long-term Voter Base)
จาก “อนาคตใหม่” สู่ “พรรคประชาชน”: การส่งไม้ต่อที่ไม่สะดุด
ปรากฏการณ์การยุบพรรคก้าวไกล (สิงหาคม 2567) และการกำเนิดใหม่ของ “พรรคประชาชน” (People’s Party) ภายใต้การนำของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “อุดมการณ์ฆ่าไม่ตาย”
สถิติการเลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลกวาดคะแนนเสียงกว่า 14.4 ล้านเสียง ชนะมาเป็นอันดับ 1 สะท้อนว่าประชาชนเลือกที่ “นโยบายและพรรค” มากกว่าตัวบุคคล แม้ธนาธรจะไม่ได้ลงสมัครในปี 2569 แต่ DNA ของเขาที่ฝังอยู่ในนโยบาย 300 ข้อ (เปลี่ยนประเทศ) จะยังคงถูกขับเคลื่อนผ่านพรรคประชาชน
ในการเลือกตั้ง 2569 ธนาธรจะทำหน้าที่คล้าย “วาทยกร” ที่ไม่ได้เป็นคนเล่นดนตรี แต่เป็นผู้กำหนดจังหวะ ความท้าทายคือ พรรคประชาชนจะสามารถรักษาโมเมนตัมความนิยม โดยไม่มี “พิธา” และ “ธนาธร” ในสมรภูมิเลือกตั้งจริงได้หรือไม่? คำตอบอาจอยู่ที่ผลงานการตรวจสอบรัฐบาลในปัจจุบัน และความชัดเจนของจุดยืนทางการเมืองที่ไม่เปลี่ยนแปลง.

อ่านข่าวอื่น ๆ :
- “รัฐธรรมนูญ 60: กรงขังปากท้องชาวสวนยาง? เจาะปมยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่ล็อกราคายางให้ไปไม่ถึงฝัน!”
- ส่องยุทธศาสตร์ “กานต์ สุดารัตน์” ย้ายค่ายไป “ภูมิใจไทย” การเดิมพันครั้งใหญ่เพื่อคนอุบลฯ
- ตำนานลึกลับที่ถูกลืม ตอนที่ 8 : อาถรรพ์พนมรุ้งและนครที่สาบสูญ รอยจารึกที่ถูกลบเลือนแห่งพนมรุ้ง
- ชูวิทย์: บทบาทที่เกินขอบเขต โยงมั่ว “บิ๊กโจ๊ก” กับ “พรรคประชาชน” – ยุทธการทำลายล้างทางการเมือง?
- “เฉดสีเทา” อาวุธในสงครามเลือกตั้ง 2569

