ภาพสะเทือนอารมณ์ ถึงคนในเรือนจำ หวนให้คิดถึงปี 51 กับวลี “มันจบแล้วครับนาย”

เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความ พร้อมภาพที่ถ่ายร่วมกับนายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า “ได้รับคำแนะนำที่มีประโยชน์และคุณค่ามากมายจากท่านนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะที่ได้ให้เกียรติมาให้กำลังใจและทานอาหารกลางวันด้วยกันในวันนี้ ขอบพระคุณท่านมากครับ”

ภาพนี้มันหวนให้คิดถึงอดีต กับดีลลับการเมืองในปี 2551 ระหว่างพรรคภูมิใจไทย กับพรรคประชาธิปัตย์

ย้อนรอยเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทยเมื่อปี พ.ศ. 2551 ที่พลิกโฉมหน้าการเมืองไปอย่างสิ้นเชิง หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคพลังประชาชน ทำให้รัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ต้องพ้นจากตำแหน่ง นี่คือจุดเริ่มต้นของ “ดีลลับ” ที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ก้าวขึ้นสู่อำนาจอย่างไม่คาดคิด

จุดเปลี่ยนสำคัญ: “กลุ่มเพื่อนเนวิน” พลิกเกม

หัวใจสำคัญของเหตุการณ์นี้คือ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ที่นำโดยนายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งเป็นแกนนำ ส.ส. จำนวนมากในพรรคพลังประชาชน (และต่อมาคือพรรคภูมิใจไทย) กลุ่มนี้ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการ “เปลี่ยนขั้ว” หันมาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์แทนที่จะร่วมกับพรรคเพื่อไทยที่สืบทอดอำนาจเดิม การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีเสียงเพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาล และทำให้นายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27

“มันจบแล้วครับนาย” วลีอมตะที่สะท้อนจุดแตกหัก

ประโยคที่ถูกอ้างว่าเป็นคำพูดจากนายเนวินถึงนายทักษิณ ชินวัตร ทางโทรศัพท์ ได้กลายเป็นวลีประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงการสิ้นสุดความสัมพันธ์ทางการเมืองที่เคยแนบแน่น และการแยกทางเดินอย่างเด็ดขาดของสองขั้วอำนาจ แม้ตัวนายเนวินจะเคยปฏิเสธ แต่ประโยคนี้ก็ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนขั้วอำนาจในครั้งนั้นมาจนถึงทุกวันนี้

การเมืองแบบร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วม

การร่วมมือกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการเมืองที่มุ่งเน้นผลประโยชน์ร่วมกัน พรรคประชาธิปัตย์ ได้อำนาจบริหารประเทศ ส่วน พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเพิ่งก่อตั้ง ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงสำคัญหลายกระทรวง เช่น มหาดไทยและคมนาคม ส่งผลให้พรรคก้าวขึ้นมามีบทบาททางการเมืองอย่างรวดเร็วและโดดเด่น ทำให้ความสัมพันธ์ทางการเมืองในยุคนั้นเต็มไปด้วยการเจรจาต่อรองและการประนีประนอมเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย

ภาพที่นายอนุทิน ได้โพสต์รูปคู่กับนายอภิสิทธิ์ มันอาจบ่งบอกถึงอนาคตอันใกล้นี้ ถึงทิศทางการเมือง การจับมือ การแบ่งขั้ว หลังการเลือกตั้งครั้งต่อไป หลังจากมีกระแสข่าวว่า นายอภิสิทธิ์ จะกลับมาทวงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง ซึ่งก็อาจจะมีโอกาสเรียกศรัทธาให้พรรคกลับคืนมาได้ และอาจจะทำให้จำนวน สส.ในสภาของประชาธิปัตย์เพิ่มมากขึ้น และพร้อมที่จะจับมือกับพรรคภูมิใจไทย โดยมีพรรคประชาชนเป็นพรรคที่สาม เป็นขั้วการเมืองใหม่ ที่ล้มทุกกระดานของพรรคเพื่อไทย.

อ่านข่าวอื่น ๆ :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *